
ปี 2551 เป็นปีที่ธุรกิจที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบนานัปการ ซึ่งปัจจัยลบดังกล่าวมีความซับซ้อนหลากหลาย และบางเรื่องค่อนข้างรุนแรง เช่น ความผันผวนด้านราคาน้ำมันตั้งแต่ไตรมาส 2 ต่อเนื่องไปไตรมาส 3 ได้ปรับตัวขึ้นไปสูงมาก ส่งผลกระทบต่อสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง โดยเฉพาะเหล็กซึ่งมีผลต่อต้นทุนการก่อสร้างค่อนข้างมาก ในขณะที่ผู้บริโภคยังคงต้องเผชิญกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นจึงเป็นแรงกดดันต่ออำนาจซื้อที่อยู่อาศัยอย่างสำคัญ ส่วนปัญหาความขัดแย้งทางสังคม และทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ก็บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีผลมาจากการที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากปัญหา Subprime ที่เกิดในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อให้เกิวิกฤตการณ์ทางบการเงินทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ทำให้มีผลกระทบต่อการจ้างงาน การส่งออก การลงทุน และธุรกิจการท่องเที่ยว ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และมีผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยค่อนข้างมาก
บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ได้รับผลกระทบจากสถานการณต่างๆ ดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งคณะกรรมการของบริษัทฯ ตระหนักดีถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจึงได้ส่งเสริมให้มีการปรับปรุงคุณภาพ ควบคุมต้นทุน และเน้นการตลาดให้หลากหลายยิ่งขึ้น เป็นการตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ถึงแม้ไตรมาส 4 จะมีปัญหาค่อนข้างมาก ทั้งด้านการเมือง และวิกฤตการณ์ทางการเงิน แต่ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ก็ทำได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ โดยในปี 2551 บริษัทฯ มียอดรับรู้รายได้ และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปี 2550 อัตราร้อยละ 2.81 และ 39.91 ตามลำดับ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 70.23 ล้านบาท และมีกำไรต่อหุ้น 0.16 บาท คณะกรรมการจึงมีมติเห็นควรเสนอผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2551 ในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท
คณะกรรมการบริษัทฯ ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า สถาบันการเงิน พนักงาน และผู้เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุน และมีความปรารถนาดีต่อบริษัทฯ เสมอมา คณะกรรมการขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่าแม้ในปี 2552 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเผชิญปัญหายากลำบากเพียงใดก็ตามบริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจด้วยความรู้ ความสามารถ ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังเพื่อให้ยังประโยชน์สูงสุดสมกับที่ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจ และจะส่งเสริมให้มีการพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของบริษัทฯ ให้สูงขึ้น เพื่อก้าวทันกระแสการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจได้อย่างมั่นคง และยั่งยืนสืบไป



